โรมมิ่ง มือถือ ทำไมถึงแพง? ตอน 2 ผู้บริโภคควรทำอย่างไร

ตอนที่แล้วได้เล่าถึงกลไกการโรมมิ่ง และที่มาของราคาโรมมิ่งที่แตกต่างกันถึง 10 เท่า แล้วทำไมจึงเกิดขึ้นได้ ในแง่ของการกำกับดูแลเราควรทำอย่างไร ปัญหาที่ผู้บริโภคเจอทีอะไร มีวิธีป้องกันแก้ไขอย่างไรบ้าง

สหภาพยุโรป มีการออกกฎเกณฑ์กำกับดูแลเพื่อหาทางลดค่าโรมมิ่งลงเมื่่อปี 2552 โดยเน้นการควบคุมเพดานราคาขายส่งสำหรับโครงข่ายในประเทศปลายทาง และควบคุมราคาขายปลีกสำหรับโครงข่ายในประเทศต้นทาง ซึ่งสหภาพยุโรปสามารถออกหลักเกณฑ์เพื่อใช้บังคับกับองค์กรกำกับดูแลของประเทศต่างๆที่เป็นสมาชิกของสหภาพยุโรปได้

สำหรับประเทศไทย เราไม่สามารถควบคุมค่าบริการโรมมิ่งในโครงข่ายที่อยู่ต่างประเทศได้เพราะไม่มีอำนาจเหนือผู้ให้บริการประเทศเหล่านั้น แม้แต่สหภาพยุโรป ก็สามารถลดค่าบริการโรมมิ่งระหว่างประเทศที่เป็นสมาชิกสหภาพยุโรปเท่านั้น แต่ไม่สามารถลดค่าโรมมิ่งกับประเทศปลายทางที่ไม่ใช่สมาชิกสหภาพยุโรปได้

สำหรับปัญหาของผู้บริโภคไทยเกี่ยวกับบริการโรมมิ่งมือถือ คือ เสียค่าบริการโดยไม่ได้ตั้งใจ ซึ่งสาเหตุเกิดจาก

  • มีการใช้งานสมาร์ทโฟนอย่างแพร่หลายมากขึ้น
  • เมื่อมีการใช้งานโรมมิ่งไปต่างประเทศโดยลืมปิดโรมมิ่งดาต้า (สื่อสารข้อมูล)
  • แม้แต่ในบางกรณีที่คิดว่าใช้ Wi-Fi อยู่เพราะเห็นสัญญานขึ้น แต่ไม่สามารถเชื่อมต่อได้สมบูรณ์ จึงเปิดการโรมมิ่งดาต้า ทำให้ต้องเสียค่าบริการโรมมิ่งราคาแพง

คำแนะนำสำหรับผู้ใช้งาน ก็คือต้องศึกษาทำความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้งานโรมมิ่งมากขึ้น  ผู้ใช้งานควรเรียนรู้วิธีการดังต่อไปนี้

  • ศึกษาแพ็คเกจโรมมิ่งให้ดีก่อนการเดินทาง
  • เลือกแพ็คเกจที่เหมาะสมกับแผนการเดินทางและรูปแบบการใช้งาน เช่น เลือกแบบเหมาจ่ายเป็นจำนวนวันตามที่จะเดินทาง หรือเลือกตามปริมาณข้อมูล (เม็กกะไบต์) ถ้าใช้งานไม่มาก เป็นต้น
  • จำวิธีการตั้งค่าเลือกโครงข่ายให้แม่นยำ หรือเซฟเก็บไว้ในเครื่องมือถือ
  • ศึกษาวิธีการตั้งค่าและวิธีใช้งานเครื่องสมาร์ทโฟน หรือมือถือให้ดีก่อนเดนิทาง
  • เมื่อลงเครื่อง เลือกโครงข่ายให้ถูกต้องตามแพ็กเกจที่เลือกไว้ก่อนเดินทาง หากเลือกผิด จะต้องเสียค่าใช้จ่ายโรมมิ่งดาต้าแบบรายนาทีหรือตามปริมาณข้อมูล เพราะแพ็กเกจเหมาจ่ายมักจะระบุโครงข่ายเฉพาะตามที่กำหนดไว้เท่านั้น
  • เมื่อเปิดเครื่องและเลือกโครงข่าย รวมถึงตั้งค่าต่างๆแล้ว ตรวจสอบยืนยันให้แน่ใจว่า การตั้งค่าต่างๆเสร็จสมบูรณ์ถูกต้องแล้ว

ในแง่ของผู้ให้บริการในประเทศ ก็มีหน้าที่ต้องรับผิดชอบการให้บริการโรมมิ่ง โดย

  • ควรเริ่มคิดค่าบริการกับลูกค้า หลังจากลูกค้ายืนยันการเลือกใช้บริการโรมมิ่งแล้วเท่านั้น
  • ควรให้ข้อมูลอัตราค่าบริการแก่ผู้ใช้งานเป็นการเฉพาะเจาะจงสำหรับลูกค้าแต่ละราย
  • ควรให้ข้อมูลกับลูกค้าว่า การใช้งานแต่ละลักษณะจะมีการใช้ปริมาณการรับส่งข้อมูลเท่าใด เช่น อีเมล์ฉบับหนึ่งประมาณกี่เม็กกะไบต์เป็นต้น
  • ควรมีการเตือนผู้ใช้บริการว่า การใช้งานใกล้จะถึงเพดานปริมาณข้อมูลหรือใกล้จะหมดเวลาของบริการเหมาจ่ายแล้ว และถ้าลูกค้าต้องการใช้บริการต่อไป  ผู้ให้บริการต้องเสนอแพ็กเกจต่างๆเป็นทางเลือกให้ลูกค้าด้วย

นอกจากการใช้บริการโรมมิ่งแล้ว ลูกค้าก็มีทางเลือกที่จะใช้งานบริการด้านเสียงหรือข้อมูลอีกหลายทางเลือกเมื่อเดินทางไปถึงต่างประเทศ เช่น

  • การซื้อซิมในต่างประเทศใช้งาน ซึ่งจะมีค่าบริการถูกกว่าโรมมิ่งมาก แต่มีข้อเสียที่อาจไม่สามารถรับโทรศัพท์เรียกเข้าได้เพราะผู้อื่นไม่รู้เลขหมายของซิมที่ซื้อใหม่ได้
  • การใช้บริการ Voice Over IP โดยใช้บริการเหมาจ่ายโรมมิ่งดาต้า หรือซื้อซิมดาต้าในต่างประเทศ
  • การใช้บริการ WiFi ในโรงแรมหรือสนามบินแทน เป็นต้น

สุดท้าย สำหรับการเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศ บางทีการอยู่ห่างจากเน็ตบ้างสักวันสองวันอาจจะเป็นเรื่องดีที่สุด ก็เป็นได้…

สรุปจากการบรรยาย โรมมิ่ง มือถือ ทำไมแพง ในงานสัมมนาของสถาบันคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม สำนักงาน กสทช. วันที่ 16 มิถุนายน 2554

โรมมิ่ง มือถือ ทำไมถึงแพง ตอน 1 กลไกการโรมมิ่ง

เอกสารประกอบการบรรยาย โรมมิ่งมือถือ

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s