ฤาแอปเปิ้ลจะสิ้นมนต์ขลัง

“แอปเปิ้ล ยังเหนือกว่าคู่แข่งในด้านนวัตกรรมและความสามารถในการสร้างสิ่งมหัศจรรย์”

นี่คือคำพูดของทิมคุ้ก ซีอีโอของบริษัท แอปเปิ้ล ตอนตอบคำถามในงานสัมนาเทคโนโลยีและอินเทอร์เน็ตของโกลด์แมน แซ็คส์ เมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา  นี่อาจเป็นครั้งแรกที่ แอปเปิ้ลให้สัมภาษณ์ในทำนอง “ปกป้อง” เกี่ยวกับอนาคตของบริษัทตัวเอง

ย้อนกลับไปตอนที่สตีฟ จ็อบส์ เพิ่งจากไป เป็นที่สงสัยกันทั่วไปว่า แอปเปิ้ลเมื่อปราศจากสตีฟ จ็อบส์แล้ว จะยังคงความเป็นบริษัทนวัตกรรมที่นำหน้าคู่แข่งต่อไปได้หรือไม่ ณ ขณะนั้น นักลงทุนต่างยังคงเชื่อมั่นแอปเปิ้ลกันอย่างเต็มเปี่ยม หลายคนเชื่อว่าแม้สตีฟจากไป แต่แผนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของบริษัทน่าจะถูกวางไว้ล่วงหน้าแล้ว จึงคาดกันว่า แอปเปิ้ลน่าจะออกผลิตภัณฑ์ล้ำยุคต่อไปได้อีกสามถึงสี่ปีเป็นอย่างน้อย

ไม่น่าเชื่อว่า ผ่านไปเพียงหนึ่งปีเท่านั้น ทิมคุ้กกลับถูกตั้งคำถามจากผู้สื่อข่าวว่า แอปเปิ้ลถึงจุดอิ่มตัวและกำลังถูกคู่แข่งนำหน้าไปแล้วใช่หรือไม่

ในช่วงระยะหลัง ผลิตภัณฑ์ของแอปเปิ้ล ไม่ว่าจะเป็น iPhone 4s, iPhone 5 หรือ New iPad แม้จะมีฟังก์ชั่นการใช้งานใหม่ๆที่น่าสนใจ เช่น ซอฟต์แวร์รู้จำเสียง Siri และฟังก์ชั่นการถ่ายภาพแบบ Panorama ซึ่งเป็นฟังก์ชั่นที่มีประโยชน์อย่างมาก แต่ก็ถือเป็นเพียงการปรับปรุงต่อยอดผลิตภัณฑ์เดิม ฟังก์ชั่นการใช้งานเหล่านี้เป็นสิ่งที่คู่แข่งสามารถเลียนแบบได้ในชั่วข้ามคืน   เมื่อเทียบกับสมัยที่สตีฟ จ็อบส์ ปฏิวัติอุตสาหกรรมเพลงด้วย iPod กับ iTune ปฏิวัติอุตสาหกรรมโทรศัพท์เคลื่อนที่ด้วย iPhone กับ AppStore และสร้างอุตสาหกรรมแท็บเบล็ตด้วย iPad ก็ยังถือว่าห่างไกลจากการสร้างนวัตกรรมใหม่แบบ “โดนใจ” แบบที่สาวกของแอปเปิ้ลนิยม ล่าสุด ผลิตภัณฑ์ iPad mini แสดงให้เห็นว่า แอปเปิ้ลเริ่มจะเดินตามเกมของคนอื่นด้วยการออกแท็บเบล็ตขนาด 7 นิ้ว ซึ่งคู่แข่งอย่างซัมซุงเป็นผู้บุกเบิกตลาดเป็นคนแรก

หันมามองทางด้านซัมซุง ซึ่งเคยโค่นแชมป์ผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ระดับโลกอย่างโซนี่มาแล้ว เริ่มต้นเข้าสู่ตลาดสมาร์ทโฟน ตามหลังไอโฟน โดยอาศัยจุดแข็งของตนเองสร้างความแตกต่างในด้านฮาร์ดแวร์ตั้งแต่แรก ไม่ว่าจะเป็นขนาดของจอภาพที่ใหญ่กว่า กล้องด้านหน้า ความเร็วของซีพียู หรือออกแท็บเบล็ตขนาด 7 นิ้ว  ในตอนแรก เราอาจจะคิดว่า ซัมซุงเน้นการพัฒนาที่ตรงข้ามกับแอปเปิ้ลอย่างสิ้นเชิง ในขณะที่แอปเปิ้ลเน้นเครื่องสมาร์ทโฟนเพียงรุ่นเดียว และโชว์ศักยภาพที่เหนือกว่าในด้านแอพพลิเคชั่น ซัมซุงกลับทุ่มเทสร้างความแตกต่างที่ฮาร์ดแวร์มากกว่า  แต่เวลาก็พิสูจน์ว่า ซัมซุงสามารถขยายฐานลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง น่าทึ่งที่ซัมซุงกล้าผลิตซัมซุงโน้ตซึ่งใช้ปากกา“สไตลัส” ในยุคที่ผู้ผลิตรายอื่นๆ หันมาผลิตอุปกรณ์ที่เป็น “มัลติทัช สกรีน” เพียงอย่างเดียว การมีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายและศักยภาพที่เหนือกว่าในด้านฮาร์ดแวร์ทำให้ซัมซุงกลายเป็นเจ้าตลาดสมาร์ทโฟน และช่วยให้แพลตฟอร์ม แอนดรอยด์ มีส่วนแบ่งตลาดมากที่สุด แซงหน้าไอโอเอส ของแอปเปิ้ล ในขณะเดียวกัน แอปเปิ้ลเอง ต้องกลับมาเป็นผู้ตามด้วยการเพิ่มขนาดจอภาพใน iPhone 5 และผลิต iPad mini ตามหลังตลาดอุปกรณ์ประเภทเดียวกันในระบบปฏิบัติการแบบแอนดรอยด์

สถานการณ์เช่นนี้ ทำให้หวนนึกถึงอดีตของบริษัทแอปเปิ้ล ในยุค 1990 หลังจากสตีฟได้ออกจากบริษัทไปแล้ว ในการแข่งขันเพื่อยึดครองตลาดพีซีที่ใช้เมาส์เป็น user interface ไมโครซอฟต์ได้ออกระบบปฏิบัติการวินโดวส์ ที่มีราคาถูกกว่าแอปเปิ้ลและใช้ได้กับฮาร์ดแวร์ของผู้ผลิตทุกราย แอปเปิ้ลตอบโต้ด้วยการขยายจำนวนผลิตภัณฑ์จากที่มีเพียงรุ่นเดียวในเวลาใดๆ มาเป็นผลิตภัณฑ์แม็คคินทอชสำหรับตลาดลูกค้าทั่วไป (ตระกูล Performa) ที่มีรุ่นแตกต่างมากมาย จนจำแนกความแตกต่างระหว่างรุ่นแทบไม่ออก  ในที่สุด ความแตกต่างระหว่างเครื่องของแอปเปิ้ลกับเครื่องพีซีของผู้ผลิตอื่นๆ ที่เคยโดดเด่นก็แทบหมดไป แอปเปิ้ลถูกลดส่วนแบ่งการตลาดลงจนกลายเป็นสินค้าพรีเมี่ยมที่นิยมของหมู่สาวกผู้ภักดีในวงจำกัดเท่านั้น

หากฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์และบริการ เป็นปัจจัยสำเร็จที่ทำให้แอปเปิ้ลนำหน้าคู่แข่งอย่างที่ทิม คุ้กกล่าวไว้แล้วละก็ ผู้ที่มีโอกาสจะริเริ่มสร้างผลิตภัณฑ์นวัตกรรมที่แซงหน้าแอปเปิ้ลได้มากที่สุด ก็คือซัมซุง ซัมซุงเริ่มเข้าสู่ตลาดโลกในอุตสาหกรรมเครื่องใช้อิเล็กทรอนิกส์ในยุค 2000 ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ครบวงจร และกำหนดตำแหน่งทางการตลาด เป็นตัวเลือกที่มีราคาถูกกว่าแต่คุณภาพทัดเทียมสินค้าอย่างพานาโซนิค ภายหลังประสบความสำเร็จในตลาดโลก ซัมซุงก็เริ่มผลิตสินค้านวัตกรรมใหม่ๆในทุกประเภท ล้ำหน้าและรวดเร็วกว่าโซนี่ จนสามารถโค่นบรรลังก์ของโซนี่ลงในที่สุด หากแอปเปิ้ลไม่ระมัดระวังตัวแล้ว ซัมซุงซึ่งดูเหมือนเป็นผู้ผลิตสมาร์ทโฟนสำหรับผู้ใช้งานทั่วไปในระดับแมส ก็อาจจะกลับมาเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมแทนแอปเปิ้ลได้ ดังที่เริ่มเห็นนวัตกรรมด้านฮาร์ดแวร์ของซัมซุงที่แอปเปิ้ลต้องหันมาเริ่มเอาอย่าง

นับแต่ทิม คุ้ก เข้ารับตำแหน่งซีอีโอ ก็ได้เริ่มเปลี่ยนแปลงธรรมเนียมปฏิบัติของแอปเปิ้ลไปทีละอย่างสองอย่าง เช่น มีการเปลี่ยนนโยบายหันมาจ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือหุ้นจากเดิมที่จะเก็บไว้เป็นเงินสำรองของบริษัทเท่านั้น และเปลี่ยนนโยบายการบริหารงานภายใน เป็นต้น ที่ผ่านมา สตีฟ จ็อบส์ ไม่เคยพูดถึงผลิตภัณฑ์ในอนาคตของแอปเปิ้ล แต่จะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เก็บเป็นความลับสุดยอดและทำให้ผู้ติดตามต้องทึ่งกับนวัตกรรมใหม่แทบทุกครั้ง ในขณะที่ทิมคุ้ก เริ่มปฏิเสธข่าวลือที่ว่าแอปเปิ้ลจะผลิตไอโฟนราคาถูกสำหรับตลาดบุคคลทั่วไป ดูเหมือนธรรมเนียมการพูดถึงผลิตภัณฑ์ในอนาคตอาจจะเริ่มเปลี่ยนไปเสียแล้ว

ตราบใดที่แอปเปิ้ลยังไม่สามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีนวัตกรรมเหนือผู้อื่นในระดับปฏิวัติอุตสาหกรรมออกมาอีก และยังคงต้องเที่ยวบอกผู้คนว่า บริษัทยังมีความสามารถในการสร้างนวัตกรรมอยู่ นั่นก็หมายความว่า แอปเปิ้ลดูจะเสื่อมมนต์ขลังไปแล้วจริงๆ

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s